สวัสดีค่ะ

วันนี้กลับมาเอาใจสาวๆหนุ่มๆที่มีแผนจะลดน้ำหนักกันอีกแล้ว... ไม่รู้ทำไม เรื่องความอ้วนความผอมนี่ช่างเป็นปัญหาหนักอกเสียเหลือเกิน  ส่วนเจ้าของบล็อกbeautybeautyนั้น ถือว่าเกิดมาโชคดี ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักเกิน เพราะเกิดมาชาตินี้ น้ำหนักยังไม่เคยเกินจนถึงขนาดต้องกังวล... เพราะอะไรน่ะหรือ... เรามีเคล็ดลับค่ะ...

 การจะลดน้ำหนักให้ได้ผลดีนั้น ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยค่ะ  เมื่อรู้สึกตัวว่าเริ่มอ้วน ก็ต้องหันมาหาสาเหตุแล้วค่ะ ว่าอ้วนเพราะอะไร? อ้วนไปเพราะทานเยอะขึ้นหรือเปล่า? อ้วนโดยธรรมชาติหรือเปล่า? ฯลฯ?  แล้วก็แก้ปัญหาที่ตัวต้นเหตุ...  อ่านดูแล้วง๊ายง่ายเนอะ แต่ขอบอกว่าพอทำเข้าจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนี้เลยค่ะ เพราะว่า เราๆท่านๆทั้งหลาย ยังมีความ"อยาก"อยู่ โดยเฉพาะ ความ"อยากกิน" นี่สิ ศัตรูตัวฉกาจเลยทีเดียว...

 มาพูดถึงผู้ที่อ้วนโดยธรรมชาติกันเสียก่อน คือ  ไม่ใช่คนทานเยอะเลย ทานแบบพอดีๆ แต่ก็ทำไมหนอ ยังดูมีเนื้อ ดูจ้ำม่ำอยู่เลย...  อันนี้บอกตรงๆค่ะว่า อันที่จริงมันเป็นผลกรรมเก่าที่สะสมมาตั้งแต่สมัยก่อน  บิวตี้บิวตี้เชื่อว่า สมัยก่อน หรือตอนเด็กๆ คุณอาจจะเป็นคนทานเยอะ ทานเก่ง ซึ่งเด็กๆนั้น พ่อแม่มักจะชอบอกชอบใจที่เห็นลูกทานอาหารได้เยอะๆ เจริญอาหารเสียเหลือเกิน โดยไม่ได้คิดว่าจะทำให้ลูกทรมานใจในภายภาคหน้า...หรือแม้แต่บางคน  พ่อแม่ก็ห้ามแล้วห้ามอีก กลัวเหมือนกันว่าลูกจะอ้วน..แต่ลูก..ก็ยัง Enjoy Eating!!! เป็นต้น

ความอ้วนแบบนี้ ที่เมื่อโตขึ้นมาแล้วก็ยังอ้วนอยู่ แม้ว่าจะกลับมาทานอาหารปริมาณปกติ ไม่มากไปไม่น้อยไป แต่ก็ยังรู้สึกว่า "อ้วน" อยู่ดี.. บิวตี้บิวตี้ขอบอกว่า ตัวปัญหาอยู่ที่ "ไขมันสะสม" ค่ะ 

กำจัดไขมันสะสมไปได้เมื่อไร หุ่นเพรียวใส ก็จะเป็นของคุณทันที...

อีกรูปแบบหนึ่งของความจ้ำม่ำ คือ "จ้ำม่ำชั่วคราว"    อ้วนแบบนี้ ก็เกิดจากการทานอาหารมากๆ โดยเฉพาะพวก แป้งและไขมัน  ก็จะทำให้ความอ้วนมาเยือนชั่วคราว.. แต่ปัญหาคือ!! อ้วนชั่วคราวน่ะไม่เท่าไร แต่บางคนน้ำหนักขึ้นแล้วขึ้นเลย ขึ้นแล้วไม่ขึ้นแค่ชั่วคราว แถมลดยากเสียด้วยนี่สิ... เฮ้อ...บิวตีบิวตี้ก็หนักใจแทนนะคะ... 

แต่จะอย่างไรก็ตาม จำพวกหลังนี่ การจะลดน้ำหนักให้ได้ยล ถือว่าหินเลยล่ะค่ะ เพราะต้องไปกำจัด"ต่อมความอยาก" ไม่ให้ทานนั่นทานนีพร่ำเพรื่อ พูดง่ายๆก็คือ  ต้องใช้"ใจ" เป็นหลัก...

 ก็ว่ากันไปตามประสาแล้ว..ทีนี้มาดูวิธีลดน้ำหนักกันดีกว่า อยากลดน้ำหนักแบบไหน เลือกได้ตามสไตล์ของคุณ

วิธีแรก...ทานอาหารปกติ ลดแค่ของหวานๆ... วิธีนี้เหมาะกับคนที่ต้องการกำจัดไขมันสะสม และทานอาหารในปริมาณพอดีๆอยู่แล้วค่ะ

คือ 1 ทานอาหารในปริมาณปกติ ไม่ต้องลดอาหาร

     2 ลดอาหารหวานๆ ไม่ใช่ไม่ให้ทานเลยนะคะ ทานได้ แต่ลดปริมาณลงมาหน่อย

     3 เปลี่ยนเวลาทานผลไม้ ไม่ให้ทานตอนเย็น หันมาทานตอนกลางวันแทน เนื่องจากว่า ผลไม้มีน้ำตาลสูง หากทานตอนเย็นจะทำให้เผาผลาญได้ไม่หมด ก็จะทำให้สะสมต่อไปอีก...

     4 ทานH plus สูตรชาเขียว เพื่อช่วยในการเผาผลาญไขมันส่วนเกินสะสม ควบคู่กับ Nature Plant S เพื่อช่วยกำจัดและขับของเสียจากการเผาผลาญไขมันส่วนเกินสะสม...

เพียงเท่านี้ คุณก็จะพบว่า ไขมันสะสมของคุณจะเริ่มหายไปทีละนิดๆ  หุ่นเพรียวสวยอยู่ในมือคุณแค่เอื้อมแล้วค่ะ

http://www.pantipmarket.com/mall/beautybeauty/?node=products&id=14882

 

วิธีที่สอง.. ลดปริมาณอาหารลง.. วิธีนี้เหมาะกับคนที่"จ้ำม่ำชั่วคราว"  

การลดน้ำหนักแบบนี้ ทางบิวตี้บิวตี้ขอแนะนำว่า ที่ถูกวิธีคือการลดปริมาณอาหารลง ทีละนิดๆ และที่สำคัญต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่  แม้ว่าคาร์โบไฮเดรตและไขมันจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อ้วน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของเราไม่สามารถขาดอาหารทั้ง 2 หมู่นี้ได้เลย   สังเกตนะคะ เรียนวิชาสุขศึกษา ด้านโภชนาการ ทีไร เนื้อหาก็จะเน้นเรื่องของการได้รับสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ทุกที... เพราะอะไรน่ะหรือ.. ก็เพราะว่า หากขาดอาหารหมู่ใดหมู่หนึ่งไปในระยะเวลาไม่นาน ก็จะทำให้เกิดภาวะ ขาดสารอาหารได้ค่ะ

การลดอาหารที่ถูกวิธี ก็คือ หากตั้งใจจะลดแล้ว ให้ลดปริมาณลง ทีละน้อยๆ จนกระทั่งอยู่ตัว ไม่ใช่ว่าลดฮวบฮาบไปเลย จะทำให้เกิดอาการ"โหย" แล้วแผนลดน้ำหนักครั้งนั้น นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังจะทำให้เกิดโยโย่จากการที่เราโหยหาอาหารอีกด้วยค่ะ

 วิธีที่มีผู้พิสูจน์แล้ว ว่าได้ผลจริง คือ ค่อยๆลดปริมาณอาหารลงมาจากที่เราทานปกติเรื่อยๆ จนกระทั่ง..

มื้อเช้า..โปรตีนสกัดจากธัญพืชโบทานีก้า + กาแฟลดความอ้วน เอสคอฟฟี่ + ไข่ดาวหรือไข่ต้ม (ทานแต่ไข่ขาว ไม่ทานไข่แดง) + ขนมปัง 2-3แผ่น

 มื้อกลางวัน.. โปรตีนสกัดจากธัญพืชโบทานีก้า + ยำ หรือ ก๋วยเตี๋ยว หรือ ผลไม้ +โยเกิร์ตไขมันต่ำ

มื้อเย็น.. โปรตีนสกัดจากธัญพืช โบทานีก้า+ ผักจิ้มน้ำพริก (ไม่ทานข้าว)  หรือ

             โปรตีนสกัดจากธัญพืช โบทานีก้า + สลัดผักน้ำใส

ก่อนนอน..โปรตีนสกัดจากธัญพืชโบทานีก้า

จะเห็นว่า ในเมนูเหล่านี้ ใน 1 วัน จะมีสารอาหารที่ครบทั้ง 5 หมู่  มื้อเช้า...ร่างกายต้องการพลังงานเพื่อนำมาเผาผลาญเพื่อใช้ระหว่างวัน จึงไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องแป้งและไขมัน และเป็นมื้อที่ไม่ควรงดแป้งและไขมันโดยเด็ดขาด  หากไม่ทานแป้ง ไขมันในปริมาณมากเกินไป  ในระหว่างวัน ก็จะเผาผลาญและนำไปใช้เป็นพลังงานได้หมด ไม่ก่อให้เกิดน้ำหนักเกินหรือไขมันสะสมแต่อย่างใด

มื้อกลางวัน.. ก็ยังคงทานแป้งและไขมันได้ แต่ไม่ควรให้มากเกินกว่ามื้อเช้า  เนื่องจากร่างกายยังคงต้องการพลังงานไปใช้จนถึงตอนเย็น  และการที่ทานผลไม้มื้อกลางวัน ไม่นำไปทานในมื้อเย็นนั้น เป็นเพราะว่า ในผลไม้มีน้ำตาลธรรมชาติหรือที่เรียกว่า ฟรักโตส สูง  นี่คือคาร์โบไฮเดรตอีกอย่างหนึ่ง และหากนำไปทานมื้อเย็น จะทำให้ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญน้ำตาลได้หมด   จึงต้องนำมาทานมื้อกลางวันแทน

มื้อเย็น..ร่างกายมีไม่มีต้องการพลังงานมากเท่ากับตอนเช้าและตอนกลางวัน มื้อนี้จึงควรหลีกเลี่ยงแป้ง น้ำตาล และไขมันเข้าไว้ ทานในปริมาณน้อยมากๆได้   เพราะหากได้รับมาก หรือได้รับเท่ากับมื้อเช้า มื้อกลางวัน จะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานไม่หมด และจะกลายเป็นไขมันสะสมอยู่ในร่างกายต่อไป..

 และสังเกตว่า ทุกมื้อ แม้แต่ก่อนนอน เจ้าของสูตรนี้จะรับประทานโปรตีนสกัดจากธัญพืชด้วยเสมอ เพราะเนื่องจาก เมื่อลดอาหารลงเรื่อยๆแล้ว ร่างกายที่เคยได้รับสารอาหารในปริมาณหนึ่งๆ กลับได้รับสารอาหารน้อยลง อาจจะทำให้ร่างกายทรุดโทรมได้ การได้รับโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการนั้น จะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย และไม่มีอาการโหยหาอาหาร  ที่สำคัญ ช่วยให้ร่างกายไม่โทรมจากการลดน้ำหนักอีกด้วยค่ะ

 เพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น น้ำหนักของเจ้าของสูตร ลดลงมาถึง 1-2 กก.

http://www.pantipmarket.com/mall/beautybeauty/?node=products&id=13674

http://www.pantipmarket.com/mall/beautybeauty/?node=products&id=17791

 

ขอขอบคุณ เจ้าของเมนูลดน้ำหนัก..คุณ จิ๊ฟ โกสิงห์..

edit @ 21 Jul 2009 17:05:47 by Beautybeauty